รีเซต

ผลการค้นหา “Hit Bite Love” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Kiss that Kills
ดู

Kiss that Kills

"EMIBONNIE" ส่ง "Red Kiss" ซิงเกิลใหม่จังหวะ POP ชวนใจเต้น
อ่าน

"EMIBONNIE" ส่ง "Red Kiss" ซิงเกิลใหม่จังหวะ POP ชวนใจเต้น

ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนเพลงอย่างล้มหลาม หลังเปิดตัวในฐานะเป็นศิลปินดูโอ้หญิงคู่แรกจาก RISER MUSIC สำหรับ "EMIBONNIE" หรือ "เอมี่ ทสร กลิ่นเนียม" และ "บอนนี่ ภัทราภัสร์ โบรัชตะสุวรรณ์" ที่เดบิวต์ซิงเกิลอย่าง "ยิ่งชิดยิ่งคิด (Fall For You)" ด้วยยอดวิวกว่า 3 ล้านวิว ล่าสุดกลับมาพร้อมซิงเกิลที่ 2 กับเพลงเมโลดี้ติดหูอย่าง "Red Kiss" แนวดนตรี POP ผสม Disco House ที่สนุกฟังง่าย เต็มไปด้วยกลิ่นอายเซ็กซี่ ถ่ายทอดโมเมนต์ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดจนห้ามใจไม่อยู่ พร้อมได้ทีมเบื้องหลังคุณภาพอย่าง "Wisp Team" รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ยิ่งช่วยส่งอารมณ์ของเพลงให้ลงตัวยิ่งขึ้น เบื้องหลังการทำงานซิงเกิลคัมแบ็คครั้งนี้ "EMIBONNIE" เล่าว่า "สำหรับซิงเกิล Red Kiss เป็นซิงเกิลที่ 2 ของเราค่ะ กลับมาคราวนี้ในลุคใหม่ โฉมใหม่ ที่ดูโตขึ้นฉีกไปจากภาพจำเดิม ๆ ที่ทุกคนเคยเห็นรวมถึงแนวเพลงก็จะเป็นเพลงแนวใหม่ ที่มีจังหวะ POP ผสมผสานกับ Disco House สนุกฟังง่าย เมโลดี้ติดหู พอได้ยินครั้งแรก ก็จะรู้สึกอยากขยับร่างกายไปตามจังหวะเพลง เป็นกรูฟใหม่ ๆ ที่เรา 2 คนยังไม่เคยได้ลองทำค่ะ ก็รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ แต่ได้พี่ ๆ Wisp Team ซึ่งเป็นทีมที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว มาโปรดิวซ์เพลงให้ ก็เลยรู้สึกอุ่นใจ แล้วก็ทำให้มวลรวมของเพลงออกมาดูทันสมัยเข้าถึงง่ายค่ะ สำหรับเนื้อหาของเพลงเล่าถึงโมเมนต์ของคนสองคนที่ต่างรู้ว่าการเข้าใกล้กันอาจเป็นเรื่องอันตราย แต่ยิ่งห้ามกลับยิ่งดึงดูด จนสุดท้ายก็เลือกปล่อยให้หัวใจเป็นคนตัดสินซึ่งในเพลงจะถ่ายทอดความรู้สึกของแรงดึงดูดระหว่างคนสองคนผ่านประโยค Don't kiss ไม่ไหว และ Red Kiss me right now ค่ะ ส่วน MV จะเล่าผ่านคอนเซ็ปต์ Red Moon หรือปรากฎการณ์อย่างจันทรุปราคา เปรียบความสัมพันธ์ของคนสองคนที่แม้จะอยู่คนละเส้นทาง แต่เมื่อโคจรมาอยู่ในความถี่เดียวกัน ก็เกิดแรงดึงดูดที่ไม่สามารถต้านทานได้ จนนำไปสู่ช่วงเวลาที่เรียกว่า Red Kiss ซึ่งตอนนี้ทั้งเพลงและ MV ปล่อยออกมาแล้ว หวังว่าทุกคนจะชอบ เพราะเราสองคนตั้งใจกับซิงเกิลนี้กันมาก ๆ ค่ะ" สามารถรับชม Music Video เพลง "Red Kiss" ของ "EMIBONNIE" ได้ที่ YouTube : RISER MUSIC และรับฟังผ่าน Music Streaming ทุกแพลตฟอร์ม และติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook, Instagram, X, TikTok ของ RISER MUSIC

Hold my hand at Twilight
ดู

Hold my hand at Twilight

FLO เกิร์ลกรุ๊ป R&B สุดแซ่บแห่งยุค ส่งอัลบั้มชุดที่ 2 THERAPY AT THE CLUB พร้อมปล่อยเอ็มวี “Cry Ugly” โดนใจแฟน
อ่าน

FLO เกิร์ลกรุ๊ป R&B สุดแซ่บแห่งยุค ส่งอัลบั้มชุดที่ 2 THERAPY AT THE CLUB พร้อมปล่อยเอ็มวี “Cry Ugly” โดนใจแฟน

FLOทรีโอเกิร์ลกรุ๊ปRBจากอังกฤษผู้เข้าชิงรางวัลแกรมมี กลับมาสานต่อความสำเร็จด้วยอัลบั้มชุดที่2ที่แฟน ๆ รอคอยTHERAPY AT THE CLUBอัลบั้มที่พาสามสาวRene Downer, Stella QuaresmaและJorja Douglasถ่ายทอดทุกความรู้สึกตั้งแต่ความปรารถนา อกหัก ความมั่นใจ ไปจนถึงการเยียวยาตัวเอง ผ่านซาวด์RBและป๊อปที่ทั้งเข้มข้นและเปี่ยมด้วยพลัง พร้อมฉลองการปล่อยอัลบั้มด้วยมิวสิกวิดีโอเพลงCry Ugly มิวสิกวิดีโอCry Uglyได้Jake Navaผู้เคยร่วมงานกับBeyoncมารับหน้าที่กำกับร่วมกับSienna NavaและMarlon Cang (ที่เคยร่วมงานกับFLOในเพลงRecently Deleted)ขณะที่คอนเซปต์ของอัลบั้มTHERAPY AT THE CLUBได้ตีความคลับให้เป็นมากกว่าสถานที่สำหรับปาร์ตี้ยามค่ำคืน แต่เปรียบเสมือนพื้นที่สำหรับสารภาพความรู้สึก ปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ภายใน และกลับมาเป็นเจ้าของชีวิตของตัวเองอีกครั้ง โดยเล่าเรื่องผ่านช่วงเวลาต่าง ๆ ของค่ำคืน ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนออกไปสนุกจนถึงเช้าวันถัดมา ตลอด16เพลงในอัลบั้มFLOผสมผสานRBและป๊อปในบรรยากาศที่ทั้งหม่นและเปี่ยมด้วยความสุข เข้ากับการเขียนเพลงในแบบบันทึกเรื่องราวส่วนตัว ถ่ายทอดทั้งความปรารถนา หัวใจสลาย ความมั่นใจ และการเยียวยาที่เกิดขึ้นไปพร้อมกัน โดยพวกเธอได้ร่วมงานกับนักแต่งเพลงมากฝีมืออย่างAmy Allen (Olivia Dean), Steph Jones (Sabrina Carpenter, JADE), Julian Bunetta (Teddy Swims, Gracie Abrams)และBoy Matthews (TWICE, Zayn)รวมถึงผู้ร่วมงานคนสำคัญจากผลงานก่อนหน้าอย่างSkippz, Oak FelderและSevyn Streeterขณะเดียวกันสมาชิกทั้งสามยังมีส่วนอย่างมากทั้งในการแต่งเพลงและโปรดิวซ์อัลบั้มชุดนี้ด้วยตัวเอง อัลบั้มTHERAPY AT THE CLUBยังรวบรวมเพลงเด่นที่แฟน ๆ คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นเพลงไตเติลTHERAPY AT THE CLUBที่FLOเคยนำไปแสดงเป็นครั้งแรกบนเวทีNPRs Tiny Desk,เพลงสุดแซ่บที่หลายคนตกหลุมรักอย่างLeak Itที่กลายเป็นซิงเกิลของวงซึ่งทำอันดับบนชาร์ตUKได้สูงที่สุดจนถึงปัจจุบัน,เพลงขวัญใจแฟน ๆ อย่างRemediedรวมถึงDont Break Her Heartพร้อมด้วยเพลงPoseที่ได้Juicy Jมาร่วมฟีเจอริง และSex In Peaceที่ร่วมงานกับkwn FLOพูดถึงอัลบั้มชุดนี้ว่าเราภูมิใจมากจริง ๆ ที่ในที่สุดก็ได้แบ่งปันTHERAPY AT THE CLUBอัลบั้มชุดที่2ของเราให้ทุกคนทั่วโลกได้ฟัง มันเป็นผลงานที่ให้ความรู้สึกเป็นเรื่องส่วนตัวสำหรับเรามาก ๆ และเป็นผลงานที่เราทุ่มเททำขึ้นมาด้วยความรัก สำหรับเรา คลับเป็นมากกว่าแค่การออกไปเที่ยวกลางคืน มันเหมือนกับการบำบัดเลย คือจะมีที่ไหนอีกที่ทำให้คุณรู้สึกว่ามีคนเข้าใจคุณได้มากไปกว่าห้องน้ำผู้หญิงในคืนที่ออกไปเที่ยว นั่นแหละคือฟีลของอัลบั้มนี้! เรามีส่วนร่วมอย่างมากในการเขียน และสร้างสรรค์โปรเจกต์นี้ร่วมกับเหล่าผู้ร่วมงานคนพิเศษของเรา และนั่นยิ่งทำให้มันมีความหมายกับเรามากขึ้น อัลบั้มนี้สะท้อนถึงจุดที่เราอยู่ในตอนนี้ ทั้งความจริงใจ การเติบโตเปลี่ยนแปลง และการไม่กลัวที่จะรู้สึกกับทุกสิ่งอย่างเต็มที่ เราหวังจริง ๆ ว่าทุกคนจะรักอัลบั้มนี้! ก่อนหน้านี้Universal Music Thailandได้จัดงานFLO - THERAPY AT THE CLUB THAILAND ALBUM PRE-LISTENING EVENTเมื่อวันที่4สิงหาคม2026ณGen Wine Societyโดยมีศิลปิน สื่อมวลชน และครีเอเตอร์เข้าร่วมฟังและรีวิวอัลบั้มTHERAPY AT THE CLUBก่อนใคร พร้อมชมโชว์สุดพิเศษจากAmie Marksและร่วมกิจกรรมภายในงาน ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนาน ที่ช่วยอุ่นเครื่องก่อนการเปิดตัวอัลบั้มเต็มอย่างเป็นทางการ ทั้ง16เพลงจากอัลบั้มนี้ ได้กลายเป็นเพลงโปรดเพลงใหม่ของใครหลายคนตั้งแต่วันนั้น และสื่อมวลชนหลายแห่งต่างลงคะแนนว่าอัลบั้มTHERAPY AT THE CLUBของFLOเป็นหนึ่งในอัลบั้มแห่งปีได้อย่างแน่นอน แฟนเพลงชาวไทยเตรียมตัวพบกับFLOได้ในวันที่29สิงหาคม2026ณSphere Hall, EmpShereกรุงเทพฯซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้สัมผัสพลังเสียงประสานและเพลงจากอัลบั้มTHERAPY AT THE CLUBแบบสด ๆ อย่างใกล้ชิด รายละเอียดที่https://ticketmaster.co.th/activity/detail/26th_flo

Operation Love
ดู

Operation Love

If I'd Kissed Her
ดู

If I'd Kissed Her

"jaei" ส่งเพลงรักสดใสชวนฟัง "เธอน่าจะชอบนะ" ได้ "guncharlie" ร่วมแต่งให้
อ่าน

"jaei" ส่งเพลงรักสดใสชวนฟัง "เธอน่าจะชอบนะ" ได้ "guncharlie" ร่วมแต่งให้

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สาว "จ๊ะอี๋ jaei (นวลจันทร์ ณ ถลาง)" สังกัด Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ได้ปล่อยซิงเกิล "ไม่รู้ไม่รู้ (Maybe I Like You)" เพลงป็อปฟังสบายที่มีกลิ่นอายวินเทจมาแล้วนั้น ล่าสุด ได้พร้อมปล่อยซิงเกิลใหม่เพลงรักอีกเช่นเคยชื่อ "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" ซึ่งความพิเศษของเพลงนี้ ได้ศิลปินรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง "guncharlie" มาร่วมแต่งคำร้องและทำนองให้อีกด้วย "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" เนื้อหาเล่าถึงโมเมนต์ในความรัก ความสัมพันธ์ ผ่าน มุมมองที่สดใสและน่ารักในแบบ "jaei" อีกเช่นเคย โดยเพลงนี้จะเปรียบการถ่ายรูปท้องฟ้าส่งให้ดูเป็นประโยคบอก "รักและคิดถึง" ของคนขี้อายคนหนึ่ง และได้ "guncharlie" มาเขียนเนื้อร้องและทำนองเพลงนี้ให้ โดยเขียนจากสิ่งที่ "jaei" เคยเล่าให้ฟังว่า "เวลาชอบใครก็จะชอบถ่ายท้องฟ้าไปให้ดู" หรือ "พอเจออะไรน่ารัก ๆ ก็จะนึกถึงเขาเสมอ และอยากให้เขาได้ดูด้วยเหมือนกัน" ซึ่งจะเล่าถึงคนบางคนที่อาจจะเขินกับการพูดคำว่ารัก ตรง ๆ เลยแสดงออกผ่านการส่งรูปน่ารัก ๆ หรือสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวันให้ดู หรือส่งท้องฟ้าที่กำลังมองอยู่มา เพื่อแสดงให้เห็นว่า แม้จะไกลกันแต่เรายังคิดถึงเธอตลอด นอกจากนั้นในส่วนของดนตรี เพลงนี้ได้ "ปกป้อง Plastic Plastic" มาเรียบเรียงดนตรีให้ และ "แทน Lipta" ยังคงเป็นโปรดิวเซอร์อีกเช่นเคย ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" - "jaei" ได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่าน MV นี้ด้วยตนเอง โดยเล่าถึงการเป็น "นักสะสมท้องฟ้า" ที่คอยถ่ายท้องฟ้าส่งไปให้คนที่ชอบ ผ่านกล้องชนิดต่าง ๆ เพราะคิดว่าเขาเองก็น่าจะชอบเหมือนกัน อีกทั้งใน MV ยังถ่ายทำด้วยกล้อง iPhone อีกด้วย ติดตามฟังเพลง "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" ได้แล้วทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิง และรับชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube : jaeicoolkid / Kicks Records

Hudson Stone ศิลปินดาวรุ่งมาแรง ปล่อยซิงเกิลเดบิวต์ “Overthinker” โดนใจคนคิดมาก!
อ่าน

Hudson Stone ศิลปินดาวรุ่งมาแรง ปล่อยซิงเกิลเดบิวต์ “Overthinker” โดนใจคนคิดมาก!

หลังสร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่ประกาศเปิดตัวHudson Stoneศิลปินดาวรุ่งจากHollywood Recordsก็พร้อมก้าวเข้าสู่เส้นทางดนตรีอย่างเต็มตัว กับซิงเกิลเดบิวต์Overthinkerเพลงอินดี้ป๊อปร่วมสมัย ที่สะท้อนตัวตนและมุมมองเรื่องความรักได้อย่างจริงใจ ฟังเพลงOverthinkerของHudson Stoneที่นี่https://HudsonStoneTH.lnk.to/overthinkerPR Overthinkerแต่งโดยHudson Stoneร่วมกับBrian PhillipsและToni Ferrariถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่คิดมากมาตลอดชีวิต แต่กลับค้นพบว่าความรักคือช่วงเวลาที่หัวใจสามารถเอาชนะความคิดได้อย่างแท้จริง ผ่านซาวด์กีตาร์วินเทจ เสียงร้องนุ่มลึกแต่แฝงความดิบ และการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางดนตรีที่น่าจับตามองของเขา Hudson Stoneเล่าว่าผมเขียนOverthinkerเพราะทั้งชีวิตมักมีคนบอกว่าผมเป็นคนคิดมาก ซึ่งก็จริง แต่บางครั้งการคิดมากก็กลายเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะเวลาตกหลุมรัก เรามักคิดเยอะเพราะเราแคร์มาก แต่เมื่อผมได้รักใครสักคนเป็นครั้งแรก ผมกลับไม่ต้องคิดอะไรเลย และปล่อยให้หัวใจนำทาง เพลงนี้จึงอยากเตือนทุกคนว่าความรักคือการกล้าที่จะทุ่มเททั้งหัวใจ Hudson Stoneได้รับอิทธิพลทางดนตรีจากศิลปินอย่างDominic Fike, John Mayer, The StrokesและLeon Bridgesก่อนนำแรงบันดาลใจเหล่านั้นมาหลอมรวมเป็นซาวด์ที่โดดเด่น ทั้งกลิ่นอายอินดี้คลาสสิก เสียงกีตาร์ที่เป็นหัวใจสำคัญในเพลงขงอเขา ซาวน์อบอุ่นแบบโซล และการเล่าเรื่องที่เข้าถึงชีวิตของใครหลาย ๆ คน นอกจากนี้ เขายังร่วมงานกับทีมนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ระดับแถวหน้าของวงการ ไม่ว่าจะเป็นJohan Carlsson (ที่เคยร่วมงานกับAriana Grande, James Arthur), Rickard Gransson (Ariana Grande, Ellie Goulding), John Ryan (Niall Horan, One Direction), Afterhrs (Niall Horan, Teddy Swims), Josh Varnadore (One Republic), Simon Oscroft (almost monday, One Republic), Brian Phillips (I DON'T KNOW HOW BUT THEY FOUND ME, MisterWives)และTony Ferrari (almost monday)เพื่อเตรียมปล่อยผลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัลบั้มเดบิวต์ในอนาคต นอกจากเส้นทางดนตรีที่กำลังเริ่มต้นอย่างน่าจับตามองHudson StoneยังเตรียมรับบทDesiในภาพยนตร์เรื่องCamp Rock 3ที่แฟน ๆ รอคอย ก่อนออกเดินสายแสดงคอนเสิร์ตอารีน่าครั้งแรกกับWorlds Collide Concert Tourซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่25กันยายนนี้ Hudson Stoneเป็นหนึ่งในศิลปินดาวรุ่งที่ไปได้สวยทั้งงานแสดง และเอาดีด้านดนตรีได้ไม่ยาก ด้วยแนวดนตรีที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ จับใจคนได้ตั้งแต่อินโทร ทำให้หนุ่มหล่อคนนี้เตรียมเข้ามาครองพื่นที่ในหัวใจของคุณอย่างไม่รู้ตัวเร็ว ๆ นี้ รอเห็นเขาในวงการดนตรีกันต่อไปได้เลย

Kita-kun, Our Shared Love
ดู

Kita-kun, Our Shared Love

ฮักสัปปะลี่กับคดีสีชมพู
ดู

ฮักสัปปะลี่กับคดีสีชมพู

"ฝ้าย-อะตอม" เสิร์ฟโมเมนต์ฟิน ในงาน FAYEATOM 1ST FAN MEETING {LOVE IN THE NIGHT} IN HO CHI MINH CITY
อ่าน

"ฝ้าย-อะตอม" เสิร์ฟโมเมนต์ฟิน ในงาน FAYEATOM 1ST FAN MEETING {LOVE IN THE NIGHT} IN HO CHI MINH CITY

เดินหน้าเสิร์ฟความฟินให้เหล่าอินเตอร์แฟนแบบไม่พัก สำหรับ S9T Concert โปรโมเตอร์คอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งนานาชาติ ร่วมกับค่าย Fabel Entertainment ล่าสุดกับการพาสองสาว "ฝ้าย พีรญา มะลิซ้อน" และ "อะตอม ปริยะ ปิยะพันธ์โอภาส" คู่จิ้นเคมีฟุ้งกระจายจากซีรีส์ Girls' Love สุดฮอต "BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก" บินลัดฟ้าไปแลนด์ดิ้งความรักให้อินเตอร์แฟนในงาน "FAYEATOM 1ST FAN MEETING {LOVE IN THE NIGHT} IN HO CHI MINH CITY" ณ C30 HOA BINH เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม สำหรับการจัดงานแฟนมีตครั้งแรกที่โฮจิมินห์ของ "ฝ้าย-อะตอม" นี้เป็นการตอกย้ำกระแสความนิยมที่พุ่งทะยานอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและระดับอินเตอร์ ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเสิร์ฟโมเมนต์เคมีน่ารักและดีต่อใจเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ได้ตลอดเวลา โดยเปิดฉากสตาร์ทความฟินเมื่อทั้งคู่จับมือกันปรากฏตัวบนเวทีพร้อมบทเพลงความหมายดีๆ "ตลอดไปเป็นเรื่องจริง (By Your Side)" ทำเอาแฟน ๆ ใจละลายไปตาม ๆ กัน ก่อนจะเข้าสู่ช่วงการพูดคุยทักทายอย่างเป็นกันเอง สาดเคมีสุดละมุนชวนใจฟู ขโมยรอยยิ้มจากแฟนคลับได้อย่างท่วมท้น ความสนุกทวีคูณขึ้นเมื่อ "ฝ้าย-อะตอม" พาแฟน ๆ เข้าสู่โหมดกิจกรรมที่เรียกเสียงฮือฮา ผ่านการร่วมสนุกในเกม "Midnight Mystery (ปริศนาเที่ยงคืน)" และเกม "Written in the Stars (ลิขิตแห่งดวงดาว)" ที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับได้เห็นความน่ารักเป็นธรรมชาติและเคมีที่เข้ากันอย่างลงตัวของทั้งคู่ และช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งก็มาถึง เมื่อเหล่าอินเตอร์แฟนเวียดนามได้รวมพลังจัดทำคลิปวิดีโอ Fan Project ส่งต่อความรักจากหัวใจ มอบเป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่สร้างความสุขให้ "ฝ้าย-อะตอม" จนกลายเป็นอีกหนึ่งภาพความทรงจำที่งดงามและตราตรึงใจของทุกคน สำหรับช่วงท้ายของงานก่อนที่จะต้องโบกมือลา "ฝ้าย-อะตอม" ได้ส่งท้ายความประทับใจด้วยบทเพลงซึ้ง ๆ อย่าง "Would You Be Mine?" และเพลง "หรือเป็นเธอ (Is It You)" เพื่อแทนคำขอบคุณ ก่อนจะปิดฉากงานแฟนมีตอย่างสมบูรณ์แบบและอบอวลไปด้วยความฟินกับกิจกรรมสุดใกล้ชิดกับกิจกรรม Hi Bye และ Hi-Touch ส่งแฟน ๆ กลับบ้านด้วยความประทับใจ แฟน ๆ สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรม และข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook : S9T Concert / X : @S9TConcert และ IG : @s9tconcert

Tim
ดู

Tim

รักนี้หัวใจต้องห้าม
ดู

รักนี้หัวใจต้องห้าม

"กอล์ฟ พิชญะ" คัมแบ็กในรอบ 4 ปี ส่ง "Mary Jane (Marry Me)" เพลงรักคลั่งรัก กับ MV วันสิ้นโลกสุดล้ำ
อ่าน

"กอล์ฟ พิชญะ" คัมแบ็กในรอบ 4 ปี ส่ง "Mary Jane (Marry Me)" เพลงรักคลั่งรัก กับ MV วันสิ้นโลกสุดล้ำ

ห่างหายจากการปล่อยเพลงของตัวเองไปนานถึง 4 ปี ล่าสุด กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล กลับมาจับไมค์อีกครั้ง พร้อมซิงเกิลใหม่ Mary Jane (Marry Me) เพลงรักสุดคลั่งรักที่เจ้าตัวลงมือแต่งทำนองและเขียนเนื้อร้องด้วยตัวเองทั้งหมด ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่อยากบอกคนรักตรง ๆ ว่า แต่งงานกันไหม? อยากตื่นมาเจอเธอทุกเช้า "กอล์ฟ พิชญะ" คัมแบ็กในรอบ 4 ปี ส่ง "Mary Jane (Marry Me)" กอล์ฟเผยถึงการกลับมาทำเพลงครั้งนี้ว่า "เอาจริง ๆ คืออัดอั้นมานานครับ 4 ปีที่ไม่ได้จับไมค์จริงๆจังๆ คือคิดถึงการร้องเพลงมาก! กลับมาคราวนี้ผมเลยไม่ได้มาเล่นๆ จัดเต็มลุยแทบทุกขั้นตอน ทั้งเขียนเนื้อ แต่งทำนอง ไปจนถึงคิดพล็อตและกำกับ MV เองด้วยครับ ด้วยความที่ผมเป็นเนิร์ด Spider-Man ตัวยง พอจะทำเพลงรักคลั่งรักสักเพลง เลยนึกถึงประโยคที่ว่า 'สไปเดอร์แมนยังมีแมรี่ เจน...เหมือนที่ผมมีนางเอกในชีวิตของผม' แล้วเอาชื่อ Mary Jane มาเล่นกิมมิคกับคำว่า Marry Me ซะเลย ดูคล้องจองเล่นคำดี ออกมาเป็นเพลงขอแต่งงานฟีลกู้ดในสไตล์ Nerd+Romantic ของผมเอง แอบกระซิบว่าแต่งจาก ประสบการณ์ความรู้สึกตัวเอง ใครอยากเอาไปเล่นafter partyงานแต่ง ยินดีนะครับ (หัวเราะ) ส่วนข่าวดีของกอล์ฟ เป็นเรื่องของอนาคตครับ รอลุ้นกันเองฟังเพลงไปก่อน Link MV : https://youtu.be/uyu5omfHw-o?si=nSPWS1wYs1a3KHvB สำหรับการคัมแบ็กครั้งนี้ กอล์ฟเลือกนำเสนอซาวด์ในดนตรีสไตล์ Funk Pop ฟังง่าย จังหวะติดหู และเต็มไปด้วยพลังที่ชวนให้อยากดูโชว์สด โดยเฉพาะท่อน Pre-Hook และ Hook ที่เป็น Key Part สำคัญของเพลง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงรักที่ทั้งสนุก ขี้เล่น และเต็มไปด้วยความคลั่งรักในแบบของกอล์ฟ ในส่วนของมิวสิกวิดีโอมาในคอนเซปต์ ตกหลุมรักในวันสิ้นโลก เล่าเรื่องราว Action-Romantic-Comedy ของชายหนุ่มที่ตกหลุมรักหญิงสาวตั้งแต่แรกเห็น และตัดสินใจฝ่าอันตรายท่ามกลางโลกดิสโทเปียและฝูงเอเลี่ยนสายพันธุ์ เพื่อไปขอเธอแต่งงาน ก่อนทิ้งท้ายด้วยเมสเสจสุดฟีลกู้ดว่า ในวันที่โลกกำลังจะแตกสลาย ขอแค่ยังมีกันและกันก็เพียงพอ ความพิเศษของ MV คือการผสมผสาน การถ่ายทำจริงเข้ากับเนื้อเรื่องและงานภาพที่สร้างสรรค์ด้วย AI จากเรื่องราวที่เขียนโดย กอล์ฟ พิชญะ ถ่ายทอดออกมาในสไตล์แอนิเมชัน Action-Romantic กลิ่นอายดิสโทเปีย นอกจากนี้ บางส่วนของเรื่องราวยังได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของกอล์ฟและแฟนสาว ที่ต่างคนต่างเลี้ยงสุนัขพันธุ์คอร์กี้ก่อนจะได้มาเจอกัน พร้อมปิดท้ายช่วง End Credit ด้วยการ Tribute ถึง น้องฟีล่า สุนัขตัวโปรดของกอล์ฟที่เพิ่งจากไป เติมอีกหนึ่งโมเมนต์สุดทัชใจให้กับคนรักสัตว์ ฟังซิงเกิล Mary Jane (Marry Me) ทุกช่องทาง Streaming Platforms และชม MV ได้ทาง Youtube : GolfPichayaMusic

แอนตี้หัวใจยัยไอดอล
ดู

แอนตี้หัวใจยัยไอดอล

รักร้าย
ดู

รักร้าย

เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ
ดู

เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ

พานพบประสบรัก
ดู

พานพบประสบรัก

คันธรสสื่อรัก
ดู

คันธรสสื่อรัก

OMG! รักจังวะ..ผิดจังหวะ
ดู

OMG! รักจังวะ..ผิดจังหวะ

Coming Soon
ดู

Coming Soon

ไม่ใช่แค่ขายหล่อ! Love and Deepspace จากเสียงยี้สู่เกมพันล้าน กับบทพิสูจน์ว่ารักไม่ใช่แค่การถูกปกป้อง
อ่าน

ไม่ใช่แค่ขายหล่อ! Love and Deepspace จากเสียงยี้สู่เกมพันล้าน กับบทพิสูจน์ว่ารักไม่ใช่แค่การถูกปกป้อง

ใครจะไปเชื่อว่าเกมจีบหนุ่ม (Otome Game) จะกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่ทำรายได้ถล่มทลายขนาดนี้! ล่าสุดในงาน GDC (Game Developers Conference) คุณ Lizi โปรดิวเซอร์ตัวแม่จาก Infold Games ได้ออกมาแชร์เรื่องราวการเดินทางตลอด 6 ปีของ Love and Deepspace ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม ถึงขั้นที่ว่าปีก่อนเกมเปิด สตาฟฟ์ทั้งทีมขอพรปีใหม่แค่ว่า "ขอให้ทุกคนยังมีชีวิตรอดก็พอ" อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้เกมที่เคยโดนแอนตี้อย่างหนักในช่วงแรก กลายเป็นเกมรักสุดพรีเมียมที่ครองใจสาว ๆ ทั่วโลกได้ขนาดนี้กันนะ?ปัจจุบัน Love and Deepspace เปิดตัวมาได้ 2 ปีแล้ว โดยมีฐานผู้เล่นทั่วโลกกว่า 80 ล้านคน และทำรายได้พุ่งทะยานเข้าใกล้ 1 พันล้านดอลลาร์เข้าไปทุกที! ซึ่งคุณ Lizi เล่าว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ทีมงานต้องผ่านช่วงเวลาที่สับสนและโดนปรามาสจากโลกภายนอกมาเยอะมาก แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขายังยืนหยัดอยู่ได้คือ "ความรักในเกมแนว Otome" และความเชื่อที่ว่า "ความรัก" ในเกมควรจะสดใหม่และจับต้องได้มากกว่าที่เคยเป็นมาและหนึ่งในสิ่งที่ท้าทายที่สุดคือระบบการต่อสู้แบบ Real-time ในตอนแรกที่เปิดตัวปี 2020 แฟนเกมจีบหนุ่มส่วนใหญ่ต่อต้านหนักมาก ถึงขั้นตั้งคำถามว่า "นี่เกมรักนะ ทำไมต้องมาสู้กับสัตว์ประหลาดด้วย?" แต่คุณ Lizi เชื่อว่าการได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับคนที่รัก คือรูปแบบหนึ่งของความโรแมนติกขั้นสุด เพราะมันทำให้เกิดความเชื่อใจและความผูกพันที่หาไม่ได้จากแค่การนั่งคุยกันเฉย ๆซึ่งการจะทำให้ผู้เล่นยอมรับเรื่องนี้ ทีมงานถึงกับต้องทำการบ้านหนัก ๆ ด้วยการทุ่มทุนสร้างโมเดลตัวละครเพื่อให้หนุ่ม ๆ ดูดีที่สุดบนหน้าจอมือถือ และในด้านความสัมพันธ์ก็จะค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์ผ่านเนื้อเรื่อง จนถึงจุดที่เหมาะสมถึงจะปลดล็อกท่าทางการต่อสู้ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น พร้อมกับการยอมเสี่ยงเปลี่ยนจากโหมดแนวตั้งที่เน้นความใกล้ชิด มาเป็นแนวนอนตอนสู้เพื่อให้บังคับถนัดมือ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้เล่นชื่นชอบและนอกจากเรื่องการต่อสู้แล้ว ทีมงานยังใส่รายละเอียดในชีวิตประจำวันแบบจัดเต็ม ทั้งระบบสมุดบันทึก การเตือนตารางงาน ไปจนถึง "ระบบบันทึกรอบเดือน" เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกว่าหนุ่ม ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตจริง ๆ แม้แต่การไปเดทอย่างการคีบตุ๊กตา ทีมงานยังออกแบบนิสัยตัวละครให้ต่างกันด้วย เช่น Xavier จะเน้นชิลล์ ๆ Zayne จะนิ่งแม่นยำ หรือ Rafayel ที่ชอบเป็นฝ่ายรุกจากเรื่องราวที่ทีมงานเผชิญมานั้น จะเห็นได้เลยว่าความสำเร็จของ Love and Deepspace ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการกล้าที่จะฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ของเกมแนว Otome ของทีม Infold Games ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า "ความรัก" ไม่จำเป็นต้องเป็นการถูกปกป้องฝ่ายเดียว แต่คือการได้เติบโตและต่อสู้เคียงข้างกันไปในทุก ๆ วัน ใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์รักที่มากกว่าแค่ปลายนิ้วสัมผัส และอยากเห็นว่าทำไมเกมนี้ถึงครองใจสาว ๆ จนทำรายได้หลักพันล้าน บอกเลยว่าต้องลองไปพิสูจน์ด้วยตัวเองดูสักครั้งแล้วล่ะ!แปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com

เดือดต่อไม่พัก! ATLAS ส่งซิงเกิลใหม่ “Tell Me Now” กระแทกอารมณ์รักคลุมเครือแบบตรงไปตรงมา
อ่าน

เดือดต่อไม่พัก! ATLAS ส่งซิงเกิลใหม่ “Tell Me Now” กระแทกอารมณ์รักคลุมเครือแบบตรงไปตรงมา

ATLASเดินหน้าส่งต่อความแรงแบบไม่พัก สานต่อความสำเร็จจากซิงเกิลMOVE YA BODYที่สร้างกระแสเปิดต้อนรับปีได้อย่างร้อนแรงล่าสุด6หนุ่มATLASคัมแบค!ส่งซิงเกิลใหม่Tell Me Nowโดยเพลงนี้ATLASได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับโปรดิวเซอร์มือทองอย่างJAP the Richman Toyโปรดิวซ์ผู้เคยสร้างปรากฏการณ์ความแซ่บจนแฟนๆ น้ำตาไหลมาแล้วจากซิงเกิลSOMTAM (ส้มตำ)อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของเพลงนี้คือERWIN ATLASได้มีส่วนร่วมในการเขียนท่อนRAPให้กับเพลงนี้ ซึ่งช่วยเติมเอกลักษณ์เฉพาะตัวของวงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของสไตล์ การเล่าเรื่อง และอารมณ์ที่เข้มข้นมากขึ้นในทุกมิติ เพลงTell Me Nowมาในสไตล์TrapผสมHard Rockที่โดดเด่นด้วยพลังดนตรีที่หนักแน่นและดุดัน เพลงนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความคลุมเครือ ความใกล้ชิดที่ร้อนแรง แต่ไร้สถานะที่ชัดเจน จนความรู้สึกทั้งหมดปะทุออกมาเป็นคำถามอย่างตรงไปตรงมา ว่าจริงๆ แล้วรู้สึกยังไงกันแน่?บอกมาได้เลยตอนนี้ เหมือนกับชื่อเพลงTell Me Nowในส่วนของมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ได้Directornetมารับหน้าที่ผู้กำกับให้ ซึ่งเคยฝากผลงานDance Performanceเพลงเอายังไง? (Stay or Leave)ไว้อย่างน่าจดจำ และในครั้งนี้ยังได้แป้งจี่ ปภาวรินท์นักแสดงจากสังกัดMine Media Productionที่พึ่งประเดิมผลงานซีรีส์เรื่องแรกCLAIREBELLคลั่ง/รัก/นักโทษมารับบทนางเอกในMVเพลงนี้ และถือเป็นการร่วมงานกับATLASเป็นครั้งแรกอีกด้วย สำหรับเรื่องราวในมิวสิกวิดีโอเพลงTell Me Nowที่ถูกถ่ายทอดผ่านสมาชิกของATLASทั้ง6คน ที่ได้พบกับแป้งจี่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน โดยเธอเป็นฝ่ายเข้าหาและมอบกุญแจให้กับแต่ละคน ซึ่งถือเป็นSymbolicพิเศษของการถูกเลือก แต่เมื่อทุกคนได้มาพบกัน จึงค้นพบว่ากุญแจที่ได้รับนั้นเหมือนกันทั้งหมด การตามหาคำตอบนำไปสู่ตู้เซฟที่ซ่อนเพชรรูปหัวใจเอาไว้ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของหัวใจที่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้ครอบครอง นำไปสู่สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด การแข่งขัน และความรู้สึกที่ปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้..สุดท้ายแล้ว ใครกันคือคนที่ได้ครอบครองหัวใจดวงนั้น และใครคือคนที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในเกมความรู้สึกครั้งนี้ ร่วมติดตามบทสรุปของความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน พร้อมค้นหาคำตอบไปกับATLASในTell Me Nowเพราะบางคำถามก็ไม่ควรถูกปล่อยให้ค้างคาอีกต่อไปสามารถติดตามฟังเพลง และรับชมMusic VideoเพลงTell Me Nowได้แล้ววันนี้ทางYoutubeและMusic StreamingทุกPlatform